Showing posts with label Miscellaneous. Show all posts
Showing posts with label Miscellaneous. Show all posts

12.31.2012

Lost in Thailand 人再囧途之泰囧


人再囧途之泰囧

Lost in Thailand แปลเป็นไทยจากภาษาจีนคือ ปล่อยไก่ที่เมืองไทย
ที่มา มติชน 29 ธันวาคม 2555

ไม่ว่าใครก็คงคาดไม่ถึงว่าภาพยนตร์จีนเล็กๆ ทุนสร้างต่ำเพียง 30 ล้านหยวน หรือราว 150 ล้านบาท อย่าง ""Lost in Thailand"" จะมีเซอร์ไพรส์ ด้วยในเวลาเพียงไม่กี่วันเข้าฉายในจีนจะทำรายได้ไปอย่างมหาศาลถึงกว่า 3,000 ล้านบาท แถมยังส่งผลให้เกิดภาวะอยากตามรอยนักแสดงมาทัวร์ไทย จนทำให้ยอดนักท่องเที่ยว หรือทัวร์จีนที่ตีตั๋วเที่ยวเมืองไทยเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า!! ภาพยนตร์ที่ส่งผลให้ที่พักใน จ.เชียงใหม่แน่นเอี้ยด เล่าเรื่องราวของนักธุรกิจ "ซูหลาง" "(ซูเจิ้ง)" ที่เดินทางมาประเทศไทยเพื่อตามหาเจ้านายที่มาปฏิบัติธรรมในวัดแห่งหนึ่งของ จ.เชียงใหม่ เพื่อขอให้เซ็นชื่อในเอกสารสำคัญ ที่จะทำให้เขาประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและมีเงินเป็นกอบเป็นกำ แต่การเดินทางครั้งนี้ไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เมื่อได้พบ "หวัง เปา" "(หวัง เป่าเฉียง)" หนุ่มป่วนบ้าดาราที่หลงกับคณะทัวร์จึงเกาะติดเขาแจ แล้วยังมีเพื่อนร่วมงานที่เป็นคู่แข่ง "เกา ป๋อ" "(หวง ป๋อ)" ตามมาขัดขวาง เพราะหวังแย่งผลงานไปเป็นของตัวอีกต่างหาก "การเดินทางมาเมืองไทยครั้งนี้จึงทั้งกวน ป่วน และวุ่น ไม่สิ้นสุด" จากเรื่องย่อก็คงพอดูออกว่า "Lost in Thailand" เป็นภาพยนตร์โรดมูฟวี่พาเดินทางจากเมืองจีนสู่เมืองไทย จากกรุงเทพมหานครสู่เชียงใหม่ ซึ่งเมื่อได้ซูเจิ้ง นักแสดงตลกคนดังของจีนเป็นทั้งผู้กำกับและนักแสดงนำ ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงเปี่ยมไปด้วยสารพัดมุขตลกและความฮา ทะลึ่ง ทะเล้น ชวนหัว ล้อเลียนเรื่องราวไทยๆ อย่าง รถติดสนิทใจกลางกรุงเทพฯ, ผู้หญิงไทยคนไหนสวย คิดไว้ก่อนเลยว่าเป็นสาวประเภทสอง (ซึ่งข้อนี้คนไทยเองก็เริ่มจะปฏิเสธไม่ค่อยออก), การนวดแผนโบราณที่ในสายตาต่างชาติแล้วดูเจ็บปวด ไปถึงเรื่องราวของกีฬาประจำชาติอย่างมวยไทย หากอย่าคิดว่าเขาเอาแต่เล่นขำ ล้อเลียนอย่างเดียว เพราะเรื่องความมีน้ำใจของคนไทย, ความเรียบง่ายของวิถีชีวิตต่างจังหวัด, ความงดงามของวัดวาอารามและสถานที่ท่องเที่ยว, ประเพณีไทยอย่างสงกรานต์ และความสวยงามของการปล่อยโคมลอยยามค่ำคืน ก็ถูกถ่ายทอดผ่านภาพและเรื่องราวออกมาได้อย่างดีเช่นกัน ถ้าถามว่าอะไรที่ทำให้หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จ และส่งผลต่างอย่างที่เห็น คำตอบอาจจะอยู่ที่ "ความลงตัว" เพราะหนังวางสัดส่วนระหว่างคอมเมดี้ และดรามาออกมาได้อย่างพอดี-พอดี มีการผสมผสานความฮาจากอุปสรรคต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา ตั้งแต่พาสปอร์ตหาย โดนทำร้ายเพราะถูกเข้าใจผิด เดินทางอย่างลำบากยากเย็น หลงทาง หลงป่า และยังมีความบ้าบอของเปาที่ทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงทุกที กับสิ่งที่หลางได้เรียนรู้ระหว่างทางหลางได้รู้ว่าชีวิตอันวางการงานไว้เป็นที่หนึ่งของเขานั้นเต็มไปด้วยความผิดพลาดมากมหันต์ เพราะในขณะที่การงานกำลังก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ ชีวิตด้านอื่นของเขากลับสวนทาง เขามองตรงไปยังเป้าหมายบางอย่างแต่ลืมมองคนข้างตัว นอกจากนั้นแล้วยังมีฉากหลังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามและวิถีชีวิตอย่างที่คนจีนไม่เคยเห็นอยู่อีก "จึงไม่น่าแปลกหากคนจะหลั่งไหลกันไปดูหนัง และหลังจากดูแล้วก็อยากมาเที่ยวเมืองไทย